ที่ตั้งของเกาะสิมิลัน
พิกัดภูมิศาสตร์: 8°39′09″N 97°38′27″E / 8.65250°N 97.64083°E
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา (ที่ทำการอุทยาน ตั้งอยู่ที่ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง) ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 คำว่า สิมิลัน เป็นภาษายาวี หรือ มลายู แปลว่า เก้า หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มี 9 เกาะ เรียงจากเหนือ มา ใต้ คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลก เกาะสิมิลัน และเกาะบางู หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ มีปะการังที่สวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก สามารถพบปลาที่หายาก เช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเร่ย์ ช่วงเดือนที่น่าเที่ยวมากที่สุด คือช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน นอกจากนั้นจะประกาศปิดเกาะ
สิ่งที่น่าสนใจ
เกาะสิมิลัน เกาะแปด
เช่น ปูไก่
ปัญหาและการอนุรักษ์ ของเกาะสิมิลัน
พื้นที่บริเวณโดยรอบของเกาะหนึ่ง สอง และสาม หรือ เกาะหูยง เกาะปายัง และเกาะปาหยันได้ถูกสงวนให้เป็นพื้นที่วางไข่ของเต่าทะเล และห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นเกาะโดยเด็ดขาด นอกจากนี้แล้วในปี พ.ศ. 2543 ทางกรมป่าไม้ในขณะนั้นได้สั่งปิดกองหินแฟนตาซ ซึ่งเป็นกองหินที่เคยสวยงามติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกลง เนื่องจากสภาพของกองหินที่ทรุดโทรมลงอย่างมาก จากปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินไป
นอกจากนี้ปัญหาที่สำคัญของหมู่เกาะสิมิลันอีกประการหนึ่ง คือ ปัญหาการลักลอบจับปลาอย่างผิดกฎหมายจากจากชาวประมงในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณเกาะบอน และเกาะตาชัยที่พบปัญหาการระเบิดปลาอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักของปัญหานี้ คือ ความห่างไกลของเกาะทั้งสองทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง
ในปี พ.ศ. 2550 ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ได้ประกาศจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะมาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง รวมไปถึงหมู่เกาะสิมิลัน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
ประกอบด้วยพื้นดินที่เป็นเกาะต่างๆ เขาหินแกรนิตสูงชัน หาดทราย โขดหิน
ลักษณะรูปร่างต่างๆ ชายฝั่งของเกาะต่างๆ มีลักษณะเว้าแหว่งไม่เป็นระเบียบ
เนื่องจากตั้งอยู่ในส่วนทะเลนอก ได้รับอิทธิพลจากการกัดเซาะของคลื่นทะเลโดยตรง
เรียงตัวตามแนวทิศเหนือใต้ พื้นน้ำเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอันดามัน
มหาสมุทรอินเดียตะวันออก
บริเวณไหล่ทวีปติดชายฝั่งตะวันตกของจังหวัดพังงาและประเทศพม่า
คู่ขนานกับแนวเกาะนิโคบาร์ ที่เป็นไหล่ทวีปของประเทศอินเดีย
ตามชายหาดหรือสันทรายจะไม่มีดินเลนให้เห็นจึงเป็นชายหาดที่ขาวสะอาด สวยงาม อนุภาค
ทรายมีขนาดเล็กละเอียด ส่วนที่เป็นยอดเขาจะเป็นเขาโดดสูงชัน ยอดเขาสูงสุดมีความสูง
244 เมตร จากระดับน้ำทะเล
บางเกาะมีลักษณะแบนราบล้อมรอบด้วยเนินทรายและแนวปะการัง
หมู่เกาะสิมิลันคือสรวงสวรรค์แห่งใต้สมุทรที่อุดมไปด้วยสรรพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปะการัง และหมู่ปลา มีน้ำใสราวแผ่นกระจก งดงามจนติดอันดับ 1 ใน 10 ของแหล่งดำน้ำที่สวยงามที่สุดของโลก ส่วนหินเรือใบบนเกาะแปดก้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะสิมิลันซึ่งรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว คำว่า “สิมิลัน” เป็นภาษายาวี แปลว่าเก้าอันหมายถึงเกาะสำคัญ 9 เกาะ ได้แก่ เกาะหนึ่ง (เกาะหูยง) เกาะสอง (เกาะปายัง) เกาะสาม (เกาะปาหยัน) เกาะสี่ (เกาะเมียง) เกาะห้า เกาะหก (เกาะบายู) เกาะเจ็ด (เกาะปูซาร์) เกาะแปด (เกาะสิมิลัน) และเกาะเก้า (เกาะบางู) โดยมีเกาะสิมิลันเป็นเกาะใหญ่ที่สุดคือมีเนื้อที่ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร และเกาะเจ็ดเป็นเกาะขนาดเล็กที่สุด เพราะเป็นเพียงกองหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางน้ำ มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น หินหัวช้าง หินหัวกะโหลก และหินปูซาร์ เป็นต้น ฤดูกาลที่เหมาะสมในการไปท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลันคือระหว่างปลายเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนเมษายนเพราะปราศจากลมมรสุม กิจกรรมดำน้ำลึกในหมู่เกาะสิมิลันถือว่ามีความโดดเด่นที่สุด สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ทุกเมื่อ เช่น ที่บริเวณหินสันฉลาม มักพบปลาฉลามครีบเงินและฉลานเสือดาว หินม้วนเดียว มีปะการังและกัลปังหานานาชนิดให้ชม แฟนตาซีรัฃีฟ เป็นกองหินที่พบสัตว์ทะเลสวยงามแทบทุกชนิด คริสต์มาสพอยต์ พบปลาไหลริบบิ้นสีดำ ปลาบู่สีเพลิง เกาะบอนและเกาะตาชัย มักพบฉลามกบและปลาขนาดใหญ่หลายชนิด สวนปลาไหล มีลักษณะเป็นลานทรายกว้างใต้น้ำใกล้เกาะห้า มีปลาไหลทะเลอาศัยอยู่นับร้อยตัว เรือนกล้วยไม้ เป็นจุดดำน้ำลึกชมปะการังอ่อนหลากสีสัน มีถ้ำใต้น้ำหลายแห่งซึ่งมักพบปลาสิงโตและกระเบนธงขนาดใหญ่ และสโตนเฮนจ์ เป็นกองหินขนาดใหญ่ที่ทับซ้อนกัน พบปลากระเบนและปลาโรนินได้บ่อยที่สุดในเมืองทย หมู่เกาะสิมิลันนับเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำและศูนย์รวมของสรรพชีวิตใต้โลกสีครามที่เต็มไปด้วยสีสันอย่างแท้จริง
หมู่เกาะสิมิลันคือสรวงสวรรค์แห่งใต้สมุทรที่อุดมไปด้วยสรรพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปะการัง และหมู่ปลา มีน้ำใสราวแผ่นกระจก งดงามจนติดอันดับ 1 ใน 10 ของแหล่งดำน้ำที่สวยงามที่สุดของโลก ส่วนหินเรือใบบนเกาะแปดก้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะสิมิลันซึ่งรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว คำว่า “สิมิลัน” เป็นภาษายาวี แปลว่าเก้าอันหมายถึงเกาะสำคัญ 9 เกาะ ได้แก่ เกาะหนึ่ง (เกาะหูยง) เกาะสอง (เกาะปายัง) เกาะสาม (เกาะปาหยัน) เกาะสี่ (เกาะเมียง) เกาะห้า เกาะหก (เกาะบายู) เกาะเจ็ด (เกาะปูซาร์) เกาะแปด (เกาะสิมิลัน) และเกาะเก้า (เกาะบางู) โดยมีเกาะสิมิลันเป็นเกาะใหญ่ที่สุดคือมีเนื้อที่ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร และเกาะเจ็ดเป็นเกาะขนาดเล็กที่สุด เพราะเป็นเพียงกองหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางน้ำ มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น หินหัวช้าง หินหัวกะโหลก และหินปูซาร์ เป็นต้น ฤดูกาลที่เหมาะสมในการไปท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลันคือระหว่างปลายเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนเมษายนเพราะปราศจากลมมรสุม กิจกรรมดำน้ำลึกในหมู่เกาะสิมิลันถือว่ามีความโดดเด่นที่สุด สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ทุกเมื่อ เช่น ที่บริเวณหินสันฉลาม มักพบปลาฉลามครีบเงินและฉลานเสือดาว หินม้วนเดียว มีปะการังและกัลปังหานานาชนิดให้ชม แฟนตาซีรัฃีฟ เป็นกองหินที่พบสัตว์ทะเลสวยงามแทบทุกชนิด คริสต์มาสพอยต์ พบปลาไหลริบบิ้นสีดำ ปลาบู่สีเพลิง เกาะบอนและเกาะตาชัย มักพบฉลามกบและปลาขนาดใหญ่หลายชนิด สวนปลาไหล มีลักษณะเป็นลานทรายกว้างใต้น้ำใกล้เกาะห้า มีปลาไหลทะเลอาศัยอยู่นับร้อยตัว เรือนกล้วยไม้ เป็นจุดดำน้ำลึกชมปะการังอ่อนหลากสีสัน มีถ้ำใต้น้ำหลายแห่งซึ่งมักพบปลาสิงโตและกระเบนธงขนาดใหญ่ และสโตนเฮนจ์ เป็นกองหินขนาดใหญ่ที่ทับซ้อนกัน พบปลากระเบนและปลาโรนินได้บ่อยที่สุดในเมืองทย หมู่เกาะสิมิลันนับเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำและศูนย์รวมของสรรพชีวิตใต้โลกสีครามที่เต็มไปด้วยสีสันอย่างแท้จริง
ลักษณ์ภูมิอากาศ
ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ - เดือนพฤษภาคม
ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 27
องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์อยู่ในเกณฑ์สูงเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 83 %
ปริมาณน้ำฝนแต่ละปีเฉลี่ย 3,560 มิลลิเมตร ปริมาณการระเหยของน้ำแต่ละปีเฉลี่ย 1,708
มิลลิเมตร ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
นอกจากจะทำให้ฝนตกหนักแล้ว ท้องทะเลยังมีคลื่นลมแรง
ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันในช่วงนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
จึงกำหนดปิด-เปิดฤดูการท่องเที่ยวประจำปี ดังนี้
ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม - 15
พฤศจิกายน ของทุกปี
เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน - 15 พฤษภาคม ของทุกปี
เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน - 15 พฤษภาคม ของทุกปี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น